2012/May/08

สวัสดีค่าาาา 

หายหน้าหายตา หายหัว หายตัว หายไปจากบล็อก exteen ตั้งนาน
ลืมอิคาโอกันไปหมดยังค๊าาา แหะๆๆ
 
วันนี้อากาศร้อนจัด เลยได้ฤกษ์อัพบล็อก (เหมือนจะไม่เกี่ยวกันนะ =A=?)
แหะๆ พอดีแวะเข้ามาดูบล็อกตัวเอง หลังจากรีวิวอันหลังสุด ก็โน้นนน เป็นปี -0-
ก็เลยรู้สึกอยากคืนวงการ (?) กลับมาอัพรีวิวบ้างอะไรบ้าง ประมาณว่าคิดถึงอ่ะค่าา

ไม่ต้องพล่ามยาว เริ่มกันเลยดีกว่า
 
วันนี้ขอมา review การ์ตูนเรื่อง Bakuman ค่ะ
เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้จักกันดี เพราะเรื่องนี้เป็นผลงานของ อ.Tsugumi Ohba 
และ อ.Takeshi Obata ... ทีมเดียวกับที่เขียนเรื่อง Death Note นั่นเอง
(ในเรื่องนี้มีแอบเฉลยด้วยนะ ว่าจริงๆ แล้ว อ.Takeshi Obata กับ อ. Gamou Hiroshi
ที่เป็นคนเขียนการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ในตำนานอย่าง Lucky Man เป็นคนเดียวกันค่ะ)
 
Bakuman เป็นเรื่องยาว เริ่มลงใน Jump ตั้งแต่ปี 2008 
ฉบับรวมเล่ม เล่ม 19 กำลังจะวางแผงวันที่ 4 เดือนหน้า
ส่วนใน Jump นั้นเพิ่งจะลงตอนสุดท้ายไปเมื่อกลางเดือนที่แล้วค่ะ 
(นี่แหละ อิคาโอถึงได้เกิดอยากเขียนรีวิวขึ้นมา แบบว่า อ่านแล้วฟินาเล่~มากๆ >.<)
 

 
สำหรับเวอร์ชั่น anime ตอนนี้เรื่องนี้มีออกมา 2 Seasons แล้วค่ะ
ส่วนในไทยก็เป็นลิขสิทธิ์ของ Nation ใช้ชื่อไทยว่า Bakuman วัยซนคนการ์ตูน
ปัจจุบันที่ไทยออกรวมเล่มถึงเล่ม 14 และลงประจำอยู่ใน BooM ค่ะ
 
เกริ่นมาพอสมควร เรามาดูรายละเอียดตัวละครและโครงเรื่องกันดีกว่า ^^
 
Bakuman เป็นเรื่องราวของเด็กสองคน ที่มีความฝันอยากจะเป็นนักเขียนการ์ตูน
ซึ่งสองคนนั้นก็คือ Mashiro Moritaka หรือฉายาว่าไซโค กับ Takagi Akito หรือฉายาว่าชูจินค่ะ
 
  
มาชิโระคุง
 
  
ทาคากิคุง
 
เรื่องราวเริ่มต้นที่อากิโตะซัง มาชวนมาชิโระคุง จับคู่กันเป็นนักเขียนการ์ตูน 
โดยให้มาชิโระเป็นคนวาดภาพ ส่วนตัวเค้าเองจะเป็นคนเขียนเรื่องค่ะ 
เริ่มแรกเลยมาชิโระคุงก็ไม่เอาด้วย แต่เนื่องจากอากิโตะซังจับจุดได้
ว่ามาชิโระคุงนั้นแอบชอบ Azuki Miho นางเอกของเราอยู่
จึงได้ลากมาชิโระไปพบกับอาซึกิ เพื่อประกาศว่าเค้าจะเป็นนักเขียนการ์ตูน
และเขียนลง Jump ให้ได้ก่อนจบ High School
 
  
อาซึกิ มิโฮะจัง

ณ ที่นั่นเองที่มาชิโระคุงได้รู้ว่าอาซึกิเองก็มีความฝันอยากจะเป็นนักพากย์
พวกเค้าจึงได้สัญญากันไว้ว่าเมื่อการ์ตูนที่ทั้งคู่เขียน ได้ลงตีพิมพ์กับนิตยสาร Jump 
และได้เป็น anime โดยมีอาซึกิเป็นคนพากย์บทนางเอก มาชิโระกับอาซึกิ จะแต่งงานกัน
และจนกว่าจะถึงเวลานั้นพวกเค้าจะไม่นัดเจอหรือโทรศัพท์หากัน แค่เมล์คุยกันเท่านั้น
 
ดังนั้น คำสัญญานี้จึงกลายเป็นแรงผลักดันให้ทั้งคู่ ที่ใช้นามปากกาว่า Ashiroki Muto 
พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ความฝันของพวกเค้าเป็นจริง 
 
เรื่องราวยิ่งเข้มข้นขึ้น เมื่ออัจฉริยะนักเขียนการ์ตูน Niizuma Eiji
เปิดตัวผลงานเรื่องแรกใน Jump ตั้งแต่อายุ 15
และทั้งสองฝ่ายต่างก็นับถืออีกฝ่ายเป็นคู่แข่งกันมาตลอด
โดยมีจุดประสงค์เดียวกันคือ ขึ้นเป็น No.1 ของ Jump ให้ได้
 
  
ซือแป๋นีซึมะ
 
นอกจากนี้ยังมีบรรดานักเขียนหน้าใหม่ ที่จับกลุ่มรวมตัวกันเป็นทีม ภายใต้ชื่อทีมฟุคุดะ
ซึ่งนอกจากอาชิโรกิ มุโตะ กับนีซึมะ เอย์จิ แล้วยังมีนักเขียนอื่นๆ อีกหลายคน
ซึ่งแต่ละคนก็นับถือกันในฐานะนักเขียนคู่แข่ง
และเป็นแรงบันดาลใจรวมถึงช่วยกันผลักดันผลงานกันและกันอยู่ด้วย
 
และยังมีตัวละครอื่นๆ อย่างบรรดาตัวโกง หรือผู้ดูแล และกอง บก. ของ Jump
ที่ได้ข่าวว่า อ.Tsugumi Ohba และ อ.Takeshi Obata ล้อเลียนมาจากตัวเป็นๆ
ในกองบก. Jump เองนั่นแหละค่ะ (บรรดานักเขียนในเรื่องก็ด้วยนะ)
 

เล่าเรื่องซะยาว สรุปแล้วผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร คงต้องให้ไปอ่านเองล่ะนะคะ
อิคาโอไม่เล่ามากกว่านี้แล้วค่าา
 
มาให้คะแนนกันดีกว่า ^^
 
ภาพ 
อิคาโอชอบลายเส้นอาจารย์มาตั้งแต่สมัยวาด Hikaru no Go แล้วค่ะ
ต่อเนื่องมาจน Death Note แล้วก็เรื่องนี้ ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ ^^
(สำหรับ Lucky Man นั้นเป็นข้อยกเว้น เพราะลายเส้นเป็นแบบการ์ตูนแก๊กเต็มตัว ^^")

โครงเรื่อง 
เรื่องนี้ให้เต็มไปเลยค่ะ ชอบมากตรงที่หยิบเอาลักษณะงานของนักเขียนการ์ตูน Jump มาเขียนให้อ่านกัน ทั้งระบบ vote และลักษณะการทำงานของกองบก. กับนักเขียน รวมถึงแนวทางในการที่จะเขียนการ์ตูนซักเรื่องนึง ต้องผ่านอะไรบ้างด้วย
 
เพราะงี้แหละ หลายๆ คนเลยลือกันมาว่า ตัวไซโคกับชูจินในเรื่องนั้น มีต้นแบบมาจาก
อ.Tsugumi Ohba กับอ.Takeshi Obata เองนั่นแหละค่ะ
 
ไหนจะเป็นโครงเรื่องที่แฝงไปด้วยความฝัน และการแข่งขัน แบบที่ในเรื่องแบ่งเป็นสายหลัก กับสายมาร .. อิคาโอว่า ถึงจะไม่มีฉากต่อสู้ แต่เรื่องนี้นี่จัดเป็นสายหลักสุดๆ ตามแนว Jump เลยนะเนี่ย!
 
การดำเนินเรื่อง 
แนวเรื่องเหมือนจะเรื่อยๆ ถึงจะไม่มีฉาก action แต่ก็พาให้ลุ้นตามตัวละครแต่ละตัวไปด้วย
ทั้งหมด 176 ตอนจบ สำหรับเรา ถือว่าการดำเนินเรื่องไม่ยืดนะคะ เพราะก็มีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้ติดตามอยู่ตลอดเรื่องค่ะ

สรุปโดยรวม 
เป็นเรื่องที่แนะนำ และอยากให้อ่านค่ะ อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจในการพยายามทำอะไรหลายๆ อย่าง ประมาณว่า ให้ความรู้สึกอยากก้าวตามความฝันของตัวเองดีค่ะ ^^

ส่งท้ายเช่นเคยค่าา แจกรูปเล็กๆ น้อยๆ ^^
คลิกรูปเล็กเพื่อรูปที่ใหญ่กว่านะคะ ^^
 
 
 
 
 
 
 

 
Credit scan ภาพตัวละครจากทีม redhawkscans || scan ภาพสีจากเว็บ minitokyo
ภาพปกจาก official site ของ Shueisha ค่ะ

เนื้อหาทั้งหมดเราเขียนเอง เพราะงั้น ถ้าจะเอาไปอะไรยังไง บอกเราหน่อยก็ดีนะคะ
 

ตอนนี้อิคาโออยากเปลี่ยน theme ค่ะ.. ว่าจะทำ theme เรื่องนี้..
แต่จำพวกโค๊ดธีมแบบเก่าของ exteen ไม่ได้แล้วง่ะ -0-" แหะๆ
ยังไงก็.. รอดูกันต่อไปนะคะ ว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน ^^"
 
ไว้เจอกัน entry หน้านะค๊าา (เมื่อไหร่ฟระ

p.s. คอมเม้นท์ entry ที่แล้ว.. ไม่ใช่ไม่อยากตอบน้าา แต่อายอะ ปีนึงแล้วง่ะ ตอบตอนนี้จะทันมิ =///=" (ฮ่าๆ)
p.s.s. ทำไมช่วงนี้ exteen มี spam comment เยอะจัง - -" อิคาโอไม่เข้าเป็นปี บาง entry คอมเม้นท์พุ่งเป็นร้อยเลย ตกใจ - -"
p.s.s.s. ไม่ได้ไปซื้อการ์ตูนตั้งเป็นปี ไปอีกที เกิน 5000 บาทแหงๆ อิคาโอ =A="

Comment

Comment:

Tweet


takeshi obata นี่แหละ idol ของหนู >  < เส้นละเอียดเว่อออ เหมือนการ์ตูนเรื่องนี่อิงชีวิตของอาจารย์ทั้ง 2 เลยsurprised smile
#4 by space At 2012-10-03 13:45,
คือเห็นชื่อคนเขียนนี่ก็ทำใจไว้แล้วว่าตัวหนังสือเยอะชัวร์
แต่อ่านแล้วติดค่ะ 55555555555555
ยังไงดีล่ะ เรื่องนี้ให้แรงบันดาลใจดี แล้วทำให้เรารู้ว่าชีวิตนักเขียนการ์ตูนมันลำบากขนาดไหน ไม่เคยรู้เลยว่านักเขียนการ์ตูนลงจัมป์มันจะแข่งขันสูงกันขนาดนี้
ทำให้เรารู้สึกเอาใจช่วยนักเขียนการ์ตูนทุกเรื่องเลย  กว่าเขาจะเข็นแต่ละเรื่องออกมาตีพิมพ์ได้มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ
รู้สึกว่าท่านคาโอไม่ได้อัพบล็อคนานเลยเนอะ 5555
#3 by ต้นปาล์ม At 2012-05-08 21:12,
14 เล่มแล้วเหรอเนี่ย
เห็นข่าวเรื่องนี้มาตั้งแต่เล่มแรกของญี่ปุ่น จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้อ่านซะที
ปล. ชอบลายเส้นอ. เหมือนกันค่ะ แล้วเรื่องก็สนุกด้วยcry
#2 by llsllAku At 2012-05-08 18:41,
เรื่องเป็นเป็นเรื่องที่อ่านแล้วเหนื่อยค่ะ 5555 แค่เล่มเดียวอ่านได้เป็น ชม. แต่เราชอบมุมภาพของเขานะ อ. เขาชอบวาดมุมแปลกๆ
#1 by Domino At 2012-05-08 18:03,

Himura Kao
View full profile