เหะ~
(จะไม่เริ่มบล็อกด้วยคำนี้ไม่ได้ใช่มั๊ยเนี่ย =w=")
ขอเขียนบล็อกแบบตัวอักษรพรืดๆ อีกซักครั้งนะคะ อ้อ แล้วก็.. อาจจะไทยคำอังกฤษคำเยอะไปหน่อย ขออภัยล่วงหน้าค่ะ
ก็... วันนี้เราไปสอบ Marketing มาค่า~
หัวข้อเรื่องก็คือ 4Ps - Product, Promotion, Place (Distribution), and Pricing เป็นข้อสอบ Open Book (ที่บุ๊คไม่ค่อยจะช่วยเพราะเปิดไปก็หาอะไรไม่เจอเนื่องจากไม่ได้อ่านไปก่อน)
ก็เลยกลับมาเล่าให้ฟัง... อาจจะฟังดูเครียด... แต่... ก็เครียดแหละมั๊ง (อ้าว?) แต่เราทำข้อสอบอย่างสนุกสนานน้า~ เพราะมันเป็นข้อสอบที่ถึงไม่อ่านไปก่อนก็เขียนได้ ถ้าคุณเป็นคนโม้เก่งซักหน่อย (อย่างเรา) น่ะค่ะ อะ แต่ก็ต้อง get the point of the question นะ
[บอกกันก่อนว่าตอนนี้เราเรียนอยู่ปี 1 BBA (บัญชีฯ ภาคอินเตอร์) ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ค่ะ]
เข้าไปในห้องสอบปุ๊บ...
โอ้ววว KitKat
นึกในใจ... อาจารย์ใจดีจัง มีแจกคิทแคทด้วย...
แต่พอนั่งลงไปอ่านโจทย์ข้อสอบเท่านั้นแหละ...
แม่เจ้า~~ ไม่เคยต้องนั่งตรวจสอบขนมอย่างละเอียดเท่านี้มาก่อนเลยนะเนี่ย! (ปกติซื้อมาก็กินเลยสิคะ ไม่เคยจะดู packaging)
เพราะคราวนี้อาจารย์มี KitKat มาให้สองแบบค่ะ แบบ Original กับแบบ Cafe Latte Limited Edition โดยขึ้นประโยคแรกมาก็บอก (เป็นภาษาอังกฤษที่แปลคร่าวๆ ได้) ว่า เค้าได้เตรียม KitKat ไว้สองแบบ โดยที่เค้าไปซื้อมาจาก 7-11 แบบแรกคือ Original ห่อละ 20 บาท กับอีกแบบคือไอ้รสกาแฟลาเต้ ที่เพิ่งจะออกมาวางขายเป็น Limited Edition ในประเทศไทย ราคากล่องละ 29 บาท และ เราจะกินมันก็ได้ค่ะ แต่ให้แน่ใจก่อนว่าได้อ่านคำถามทั้งหมดอย่างครบถ้วนละเอียดดีแล้ว
ขึ้นข้อ 1 มา... เค้าก็ถามแล้วค่ะว่า คิดว่าไอ้ คิทแคท Cafe Latte Limited Edition เนี่ย ออกมาวางขายโดย "respect" the original KitKat รึเปล่า... และให้อธิบายความคิดเห็นเราด้วย (เราจำคำถามละเอียดๆ ไม่ได้ง่ะนะ ^^")
เราก็.. โอ้ว เขียนอะไรดีหว่า ข้อสอบแบบนี้ไม่มีถูก/ผิดค่ะ อยู่ที่ว่า supporting idea ที่เราเขียนไปจะดีแค่ไหน เราเลยตอบไปว่า It depends. เพราะว่าถ้าคนที่ชอบกินกาแฟ เค้าก็คงจะชอบ แต่ถ้าคนไม่ชอบกินกาแฟ ทำออกมามันก็ช่วยอะไรไม่ได้ จริงมั๊ยล่ะค่ะ
แล้วเราก็พล่ามไป...
ข้อนี้มีค่าสิบคะแนนค่ะ
พอมาข้อสอง... คำถามเริ่มเข้าสู่ Marketing
2a. เค้าถามว่า ไอ้การเพิ่มสินค้าตัวใหม่ออกมาภายใต้ brand เดิมของสินค้านั้นๆ เนี่ย เรียกว่าอะไร... เราก็ตอบไป.. เข้าใจว่าเป็น Product Line Extention น่ะนะคะ (เข้าใจว่าน่าจะถูก... ข้อนี้สองคะแนนค่ะ)
2b. เค้าเริ่มต้นมาว่า บริษัท Nestle ที่ทำ KitKat, also make Nestcafe เพราะงั้น พอเค้าได้ชิมไอ้ Cafe Latte Limited Edition แล้ว หรือไม่ก็อาจจะ assume เอาจาก package น่ะนะคะ เค้าก็รู้ได้ทันทีเลยว่า Nestle เอา Nestcafe มาผสมในคิทแคท... เพราะงั้นสมมุติว่าเราเป็น Product Line Manager ของ KitKat (มีหน้าที่ควบคุมดูแลสินค้าทั้งหมดภายใต้แบรนด์คิทแคท) แล้ววันนึง boss ของเราก็มาบอกว่า จะทำไอ้ Cafe Latte Limited Edition เนี่ย... ให้เราคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียของผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นี้ค่ะ...
2c. เป็นคำถามเหมือน 2b แต่เปลี่ยนจาก Product Line Manager of KitKat เป็น of Nestcafe ค่ะ
--> แอบชอบคำตอบข้อนี้ของตัวเองล่ะ เพราะเราตอบส่วนข้อเสียไปว่า The consumers buy Kitkat because they want some "chocolate", not "coffee" ก็คือ คนที่ซื้อคิทแคทเนี่ย เค้าซื้อเพราะอยากจะกินช็อกโกแลตนี่เนอะ ไม่ได้อยากจะกินกาแฟ เพราะงั้น nestcafe จะได้อะไรจากการร่วมมืออันนี้ล่ะคะ?
การที่จะตอบสองข้อนี้ได้ เราต้องนั่งอ่านกระดาษห่อและกล่อง KitKat อย่างเอาเป็นเอาตาย รวมทั้งแกะไอ้ Cafe Latte Limited Edition มาชิมค่ะ และมันก็มีจุดให้เราโจมตีได้ เนื่องจากว่า... ไอ้ KitKat Cafe Latte Limited Edition เนี่ย... ถึงมันจะมีกลิ่นกาแฟ แต่มันไม่มีส่วนผสมของกาแฟค่ะ !! เราก็เลยเขียนไปเรื่อยเลย บลา บลา บลา ค่ะ (สองข้อนี้ข้อละ 5 คะแนน)
2d. ข้อนี้เราเข้าใจว่าเราตอบผิดนะ... เค้าถามว่า การที่ไอ้ Nestcafe กับ KitKat ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ คือไอ้ Cafe Latte Limited Edition ออกมาเนี่ย เรียกว่าอะไร... เราตอบไปว่าเป็น Co-branding แต่เพื่อนๆ บางคนบอกว่าน่าจะเป็น ingredient-branding เพราะว่าเราไม่ได้เห็นว่ามันเป็น Nestcafe อยู่ในคิทแคทน่ะค่ะ.. (ตัวอย่างของ ingredient-branding ก็คือคอมพิวเตอร์ ข้างในอาจจะมีส่วนประกอบจากหลายๆ บริษัท แต่เวลาเราซื้อเราอาจจะซื้อของ Acer, Apple, Sony etc. ไงคะ) ข้อนี้อีกสองคะแนนค่ะ
อูววว ชักจะยาว...
ต่อไปข้อสาม.. ข้อนี้อาจารย์ให้เราเป็นผู้จัดการ 7-11 ค่ะ
เค้าถามว่า ถ้าก่อนที่จะมีไอ้ Cafe Latte Limited Edition ออกมา แล้วมีตัวแทนจาก Nestle มาเสนอให้เราซื้อ Cafe Latte Limited Edition เพื่อมาขายแล้วเนี่ย
a. what is the market-related you will have to concern if you accept the Cafe Latte Limited Edition KitKat ประมาณเนี้ยล่ะ (ขออภัยค่ะ คือ... เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ไอ้ market related เนี่ย มันคืออะไร =w='a)
และเพราะเราไม่รู้ว่าไอ้ market related มันคืออะไร เราก็เลยเขียนตอบยืดยาวไปเกี่ยวกับว่า เราจะต้องคิดเรื่องอะไรบ้างในการที่จะตัดสินใจรับหรือไม่รับสินค้าตัวนี้มาขาย น่ะค่ะ (7-11 เป็น retailer ค่ะ การที่เค้ารับสินค้ามาขาย แปลว่าเค้าซื้อสินค้าจากผู้ผลิต ดังนั้นเค้าต้องขายให้หมด ถ้าเหลือเค้าจะไม่สามารถคืนให้บริษัทได้ค่ะ)
b. how can 7-11, as a large customer of Nestle, negotiate with Nestle to provide us market-related support? หรืออะไรประมาณเนี้ย
Hint: make your answer relate to the answer of the above question.
ง่า... เมื่อกี๊ยังไม่รู้เลยว่า market related คืออะไร คราวนี้มีคำว่า support เพิ่มมาอีกตะหาก.. จะตอบได้มั๊ยล่ะเนี่ย ^^" ก็บลา บลา บลา ไปค่ะ เค้าบอกให้ตอบให้สอดคล้องกับข้อข้างบน ก็เลยเอาเลย... ทำยังไงให้บริษัท Nestle ซัพพอร์ทเรา
ข้อสามนั่นโซมั่วค่ะ ช่างมันเหอะนะ รวมแล้วสิบคะแนนค่ะ
ข้อ 4 ดีกว่า... ไฮไลท์ของงานนี้เลยค่ะ โจทย์อย่างเดียวปาเข้าไปเกือบ 1 หน้ากระดาษ A4
เค้าเริ่มต้นมาโดยเกริ่นให้เราฟังว่า "assume" (แปลเป็นไทยคงประมาณ "อนุมาน" ?) ว่า ไอ้บริษัทที่ผลิต KitKat Cafe Latte Limited Edition เนี่ย ไม่ใช่ของไทย แต่ตัวบริษัทนั้นตั้งอยู่ที่ Malaysia (ซึ่งที่กล่อง KitKat มันก็เป็นมาเลย์ค่ะ) แต่ว่า ทั้งๆ ที่ KitKat is a product of Nesle แต่บริษัทที่ผลิตคิทแคทจริงๆ แล้ว เป็น third-party manufacturer ที่มีสัญญากับบริษัท Nesle ค่ะ แล้วเค้าก็มีวงเล็บอธิบายมาว่า จริงๆ อาจจะเป็นแบบนั้นหรือไม่ก็ได้ แต่สำหรับข้อสอบข้อนี้ ขอให้ถือว่ามันเป็นเช่นนั้นค่ะ
แล้ว.. บริษัท Nesle ก็ต้องการจะขาย Cafe Latte Limited Edition ในประเทศไทย ดังนั้น เค้าก็เลยสั่งให้ Distributor in Thailand import คิทแคทเข้ามาค่ะ
ทีนี้... ลูกค้า 200 คน ได้มาซื้อไอ้คิทแคทอันใหม่นี่ไปกิน แล้วปรากฎว่าทุกคนป่วย รวมทั้งมีเด็กสองคนเสียชีวิต... ถึงแม้ว่าภายหลังคนที่ป่วยจะหายดี แต่ก็ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นระยะเวลาหนึ่งกันทุกคนค่ะ
ผลการตรวจสอบพบว่า โรคที่เกิดนั้นเป็นเพราะไอ้ยาฆ่าแมลงที่ใครซักคนผสมไปกับ cocoa โดยบังเอิญน่ะค่ะ (จะบอกว่า อีความหมายของประโยคนี้เราเพิ่งจะมารู้หลังจากออกนอกห้องสอบแล้วง่ะ ศัพท์จริงๆ ในห้องสอบนี่แบบว่า เราแปลไม่ออก =w=" dictionary ก็ดันลืมหยิบไปซะอีก ได้แต่เดาเอา ยังดีที่แปลคำว่า insecticide ออก เลยพอตอบได้อยู่)
แล้วคำถามเค้าก็มีว่า ใครคือคนที่ควรจะรับผิดชอบการป่วยในครั้งนั้น รวมทั้งการเสียชีวิตของเด็กทั้งสองด้วยค่ะ ให้บอกเหตุผลและ name คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งบอกผลกระทบที่จะเกิดกับการตลาดในกรณีที่ผู้เกี่ยวข้องนั้นๆ ออกมารับผิด (หรือปฏิเสธความรับผิดชอบ) ค่ะ... (ข้อนี้อีก 10 คะแนน)
โอ้ววว เจอข้อนี้เข้าไปข้อเดียว เราแทบไม่รู้จะเขียนอะไรไปดีเลยค่ะ คือ... ให้เขียนมันก็เขียนได้น้า~~ แต่คนที่ต้องรับผิดชอบมันจะครบรึเปล่าเนี่ยสิ =w=a
อื่มม เขียนซะยาวเลย ขอแปะรูปอีกซักหน่อย... คิทแคทตัวปัญหาสำหรับการสอบครั้งนี้ค่ะ =w="
เราแบกกลับบ้านมาถ่ายรูปลงบล็อกเลยนะเนี่ย (image quality so poor เพราะว่าเราใช้กล้องมือถือง่ะ กล้อง digital น้องชายเราเอากลับไปบ้านที่ชลบุรีซะแล้ว)
แบบว่า สู้ Original ไม่ได้แฮะ
พีกะเอสค่ะ
- ไปสอบวิชานี้เราแอบแฮปปี้เล็กๆ นะ เพราะว่าเราแทบไม่ได้อ่านหนังสือเลยแต่มีอะไรให้เขียนได้... แหม ก็มันเป็น open book แบบกึ่งแสดงความคิดเห็นนี่นา เขียนๆ ไปเหอะ ขอแค่ทำ supporting idea ให้ดีก็โอเคแล้วนี่เนอะ ^^
- สารภาพว่าตอนทำข้อ 4 แอบคิดว่า.. แล้วไอ้ 60 กว่าคนใน 200 กว่าคนที่เข้าโรงบาลไปนั่น ก็คือเด็ก BBA TU ที่ทำข้อสอบคราวนี้แล้วกินคิทแคทใช่ม๊ายยยย (/me โดนตื้บ)
- แต่เมื่อวานสอบคอม... หายไป > 20 คะแนนแล้วง่ะ T^T เขียนภาษา HTML ไม่ทัน เพราะดันดูเวลาผิด เข้าใจว่ามีเวลา 3 ชั่วโมง ดันกลายเป็น 2 ชั่วโมงซะนี่ >_< เจ็บใจตัวเอง
- ยังเหลืออีกสองวิชา กับเวลาอ่านอีกสองวัน (เวรกรรม แทนที่มันจะอ่านมาแต่เนิ่นๆ) Econ วันอังคารเช้า Social-Science วันพุธบ่าย แล้วเราก็จะเป็นอิสระแล้วค่า~~
- สอบเสร็จเค้าจะเปลี่ยนธีม~~ คราวนี้ของจริง (แต่จะเอาใครมาเป็นธีมใหม่ดีหว่า?)
- ใครใช้ PayPal เป็นมั่งง่าา? สอนเราหน่อยจิ >_< ตอนนี้กำลังอยากได้ mIRC Full Version อยู่น่ะค่ะ
- ขอบคุณที่แวะเข้ามา ขอบคุณที่ (ทน?) อ่าน และขอบคุณสำหรับทุกๆ comment ค่า~~ ^^
เกรดยังไม่ออกเลยเนี่ย ชักเสียวแฮะ...)
)